banner  
   
line decor
  
line decor
 
 
 
 

 
 
New Message
  • นัก วิจัยมะกันฟุ้งวัคซีนป้องกันชิคุนกุนยาได้ผล (29 Jan 2010, Thairath) ระบุการทดลองฉีดวัคซีนในสัตว์ทดลอง 2 ชนิด ได้แก่ ลิงและหนู ประสบความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ในการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัส ...

    นาย แกรี เนเกิล ผอ.ศูนย์วิจัยวัคซีน ประจำสถาบันสุขภาพแห่งชาติเมืองเบเตสดา รัฐแมรีแลนด์ของสหรัฐฯ เผยผลวิจัยและทดลองวัคซีนป้องกันโรคชิคุนกุนยา ร่วมกับ คณะนักวิจัยและ นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศส พร้อมตีพิมพ์ผลงานลงในวารสารการแพทย์ "เนเชอร์ เมดิซิน" เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ระบุการทดลองฉีดวัคซีนในสัตว์ทดลอง 2 ชนิด ได้แก่ ลิงและหนู ประสบความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ในการสร้าง ภูมิคุ้มกันเชื้อ ไวรัสซึ่งทำให้เกิดโรคชิคุนกุนยาในสัตว์เลี้ยง ลูกด้วยนม และจะจัดการ ทดลองฉีดวัคซีน แก่อาสาสมัครภายในเวลาไม่เกิน 1-2 ปี เพื่อทดสอบ ประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีต่อร่างกายมนุษย์ เพราะปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา ทั่วโลกมีจำนวนหลายล้านคน โดยเฉพาะในอินเดีย ไทย และกลุ่ม ประเทศอดีตอาณานิคมฝรั่งเศส

    สธ.กำหนดรณรงค์หยอดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอให้เด็กไทยในพื้นที่เป้า หมายพิเศษ และเด็กต่างชาติพร้อมกันทั่วประเทศอีก 1 วันในวันนี้ ป้องกันไม่ให้โรคโปลิโอหวนกลับไทย...(27 มกราคม 2553)

    นาย แพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ (27 มกราคม 2553) กระทรวงสาธารณสุข กำหนดรณรงค์หยอดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอประจำปี 2552 ครั้งที่ 2 ให้แก่เด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปีที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เด็กที่อยู่พื้นที่ทุรกันดาร เด็กด้อยโอกาสในชุมชนแออัด แรงงานก่อสร้าง รับจ้างทำไร่ ทำประมง และเด็กต่างชาติอายุต่ำกว่า 15 ปีในประเทศไทย รวมประมาณ 2 ล้าน 5 แสนคน พร้อมกันทั่วประเทศให้เสร็จในวันเดียว เพื่อให้เด็กทุกคน มีภูมิต้านทานโรคโปลิโอพร้อมกัน หากมีเชื้อโปลิโอเล็ดลอดมาจากนอก ประเทศ ก็จะไม่ติดเชื้อและแพร่กระจายในประเทศ เด็กที่ได้รับวัคซีน ดังกล่าวจะมีภูมิต้านทานโรค จึงขอให้พาบุตรหลานไปรับการหยอดวัคซีน ฟรี ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพียง 1 วันเท่านั้น

    นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า ประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยโปลิโอมาเป็นเวลากว่า 12 ปี แต่โรคนี้มีโอกาสจะหวนกลับมาอีก เนื่องจากบางประเทศในเอเชีย เช่น อินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน ยังมีการระบาดของโรคนี้อยู่ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้กำหนดรณรงค์หยอดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอระดับชาติแก่เด็กไทยและเด็ก ต่างชาติพร้อมกันทั่วประเทศปีละ 2 ครั้ง ในปี 2552 กำหนดหยอดครั้งที่ 1 วันที่ 23 ธันวาคม 2552 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 27 มกราคม 2553 กำหนดความครอบคลุมการได้รับวัคซีนในช่วงรณรงค์ครั้งละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 จากรายงานการรณรงค์ครั้งที่ 1 มีความครอบคลุมประมาณร้อยละ 97

    ด้าน นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โปลิโอเป็นโรคติดต่อ เกิดจากเชื้อไวรัสโปลิโอ มีชีวิตอยู่ได้เฉพาะ ในร่างกายคนเท่านั้น เชื้อจะออกมากับ อุจจาระของผู้ป่วย หรือผู้มีเชื้อแต่ไม่มีอาการ ติดต่อกันโดย ปนเปื้อนในอาหารหรือติดตามเล็บมือ เชื้อจะไปเจริญเติบโตในลำไส้ อาการสำคัญคือ มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บคอ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ปวดตึงกล้ามเนื้อ หากเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท จะทำให้แขน ขาอ่อนแรง หากเกิดที่กระบังลม อาจทำให้เสียชีวิตได้ มักพบโรคนี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะเด็กเล็กมีภูมิต้านทานน้อย ยังดูแลตนเองไม่ได้ โรคนี้ไม่มียารักษา แต่มีวัคซีนป้องกัน โดยหยอด 5 ครั้ง เมื่อเด็กอายุ 2, 4, 6 เดือน และหยอดกระตุ้นซ้ำเมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง และ 4 ปี และรณรงค์หยอดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อป้องกันโรคจากต่างประเทศทุกปี ปีละ 2 ครั้ง

    สถานการณ์โรคโปลิโอทั่วโลกในปี 2552 มีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 1,588 รายใน 23 ประเทศ ร้อยละ 78 เป็นผู้ป่วยที่เกิดในประเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น ที่เหลือเป็นผู้ป่วยในประเทศที่ไม่มีโรคนี้แล้ว แต่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคืออินเดีย 724 ราย รองลงมาคือไนจีเรีย 388 ราย ที่น่าเป็นห่วงคือการระบาดที่ประเทศอินเดีย อัฟกานิสถาน และปากีสถาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไทย มีประชาชนจากประเทศ ดังกล่าวเดินทาง มาไทยค่อนข้างมาก อาจนำเชื้อโรคมาแพร่ในไทยได้ จึงขอให้พาลูกหลาน รวมทั้งเด็กต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดน ไปรับบริการหยอดวัคซีนในวันพรุ่งนี้ไห้ได้มากที่สุด แม้ว่าไม่ได้มารับวัคซีนครั้งที่ 1 ก็ตาม ก็สามารถรับบริการหยอดในวันนี้ได้.
  • รมว. สาธารณสุขชี้แจงวัคซีนปลอดภัย

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ยืนยันวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 มีความปลอดภัยเหมือนวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล   กรณีที่มีผู้มีอาการข้างเคียงรุนแรงหลังฉีด 4 ราย  ผลการตรวจสอบ ของผู้เชี่ยวชาญยืนยัน 2 รายไม่ได้มีสาเหตุจากวัคซีน  มีเกี่ยวข้อง 1 ราย แต่เป็นอาการที่พบได้เหมือน ฉีดวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ทั่วไป    ส่วนอีก 1 ราย ที่คลอดลูกแล้วลูกเสียชีวิต คาดจะทราบผลในสัปดาห์หน้า  

      ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบมารดามีภาวะครรภ์เป็นพิษขณะตั้งครรภ์  พร้อมเร่งให้ผู้เชี่ยวชาญทำรายละเอียด ชี้แจงประชาชนกลุ่มเสี่ยงอีก 1 ล้าน 9 แสน 5 หมื่นกว่าราย ที่ยังไม่ได้ฉีด  ให้เข้าใจ  และรับบริการฉีด เพื่อลดการเสียชีวิต

    นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข   ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยพรุใน ตำบลเกาะยาว อ.เกาะยาว จ.พังงา  พร้อมนายแพทย์ไพจิตร์  วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อบ่ายวันนี้ ( 24 มกราคม 2553 )  เกี่ยวกับกรณีพบผู้เกิดอาการข้างเคียงรุนแรง   หลังฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน  4 รายว่า    กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ เดือนมกราคม  ถึงมีนาคม 2553  ขณะนี้มีปัญหาคือฉีดได้เพียง 4 หมื่นกว่าราย  ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้  ยังเหลืออีก 1 ล้าน 9 แสน 5 หมื่นกว่าราย ที่ยังไม่ได้ฉีด    สาเหตุที่คนมาฉีดน้อย  เกิดจากการรณรงค์ยังไม่ทั่วถึง     รวมทั้งความมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีนตามที่มีข่าว          

    นายจุรินทร์กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่า วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009  มีความปลอดภัยเหมือนวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล    สำหรับผู้เกิดอาการข้างเคียงรุนแรง หลังฉีดวัคซีนจำนวน 4 ราย ตามที่เป็นข่าว ได้ตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญได้รับคำตอบมาแล้ว 3 ราย  โดยรายที่ 1 ที่มีปัญหาไตวาย ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน  เป็นภาวะของผู้ป่วยที่ป่วยมาก่อนแล้ว   รายที่ 2 ที่ฉีดแล้วปากเบี้ยว  ก็ไม่เกี่ยวกับวัคซีนเช่นกัน  ส่วนรายที่ 3 ที่เกิดภาวะหายใจติดขัด ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน  ซึ่งเป็นอาการเกิดขึ้นได้เหมือนการฉีดวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ทั่วไป   ส่วนรายที่  4  ที่คลอดบุตรแล้วบุตรเสียชีวิต  กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางพยาธิวิทยา คาดว่าจะทราบผล ในสัปดาห์หน้า  แต่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มารดามีภาวะครรภ์เป็นพิษขณะตั้งครรภ์  

    นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญทำรายละเอียด เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ประกอบกรณีที่เป็นข่าวแพ้วัคซีนทั้ง 4 รายแล้ว   ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยแก่ประชาชน  โดยก่อนฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009   จะให้แพทย์ในโรงพยาบาลทุกแห่งตรวจสุขภาพก่อน หากไม่มีสิ่งผิดปกติ ก็จะฉีดให้  และภายหลังฉีดจะให้พักที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 30 นาที   เพื่อดูภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น  “ ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ฉีดในขณะนี้ มีความปลอดภัย    จึงอยากจะขอให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ให้ไปรับบริการฉีดที่โรงพยาบาล   เนื่องจากเป็นกลุ่ม ที่มีภูมิต้านทาน ต่ำอยู่แล้ว   เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วย และลดการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009”นายจุรินทร์กล่าว    

  • อย.เผยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่จะเริ่มฉีดให้ กับกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ 11 มกราคม2553นี้ ผ่านการรับรองจากอย.แล้ว ถือว่าเป็น วัคซีน ที่มีคุณภาพ มาตรฐานและมีความปลอดภัย
  • ไทยเริ่มทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่2009 ในอาสาสมัคร
  • พบการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ในสุกร สถานีวิจัยทับกวาง
  • Large Recall of Children's Swine Flu Vaccine
  • Recalled H1N1 vaccine only slightly less potent than required, CDC says UPDATED

 

 
 

 

Flu2009 statistic

H1N1 evolution
Influenza Resource

Virus-Like Particle Vaccine Protects Monkeys from Chikungunya Virus

 



 
 
 
             

website stats

Web Counter Since 4th September 2009